จุดเริ่มต้น……..ปริศนาชีวิตที่ไร้หลัก

จุดเริ่มต้น……..ปริศนาชีวิตที่ไร้หลัก

คงไม่แปลกใจถ้าฉันจะบอกกับตัวเองว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับกรอบหลายๆรูปแบบทั้งจับต้องได้ จับต้องไม่ได้ ก็นะ..ชีวิต
ฉันเองก็คงไม่ปฏิเสธ ว่าเรื่องราวต่างๆหลายเรื่องที่เกิดมาพร้อมกับการก่อกำเนิดชีวิตของฉันขึ้นมา มีหลายเรื่องราวที่ทำให้ฉันถึงกับเสียศูนย์ อาจไม่ถึงขั้นล้มทั้งเป็น กายอาจจะยังทรงอยู่ได้ แต่ใจแทบสลาย ตอนนั้นรู้สึกได้ว่ามันทรมานเหลือเกิน ได้แต่โทษคนอื่นว่าทำไม ฉันทำผิดอะไรนักหนา ทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้พากันประเดประดังเข้ามาภายในเวลาที่ฉันยังอยู่ในอาการที่ไม่พร้อมจะรับรู้ ได้แต่บอกกับตัวเอง “ฉันเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ฉันอยากพักเสียที”
แต่… ใครจะคิดล่ะว่า โลกใบนี้มันไม่ได้สวยงามดังใจคิด ไม่ใช่จะสั่งให้อะไรได้ดังใจไปเสียทุกอย่าง หน้าที่ ความรับผิดชอบ ที่มี มันสั่งให้ต้องเดินหน้าต่อ เดินหน้า ทั้งๆที่ใจไม่อยากจะทำ ได้แต่ฝืนใจทำไปให้วันๆหนึ่งผ่านพ้นไปได้ โดยที่ฉันแทบไม่รู้ตัวเองเลยว่า ทุกๆวัน ฉันได้สะสมความทุกข์ใจเพิ่มขึ้นทีละนิดทีละหน่อย จนสุดท้ายความสุขแทบจะไม่มาเยือน เพราะได้แต่เก็บทุกข์ไว้เสียมากมายจนไม่มีที่ว่างเหลือสำหรับความสุขให้อาศัยอยู่เลย หลักยึดทางใจไม่มี แล้วจะหวังอะไรกับหลักยึดทางกาย สุขภาพใจทรุดโทรมเท่าไร สุขภาพกายก็ยิ่งแย่มากเท่านั้น
ทุกวันฉันได้แต่มองคนอื่น จนลืมที่จะมองที่จะสังเกตตัวเอง เดินหลงทางมาตลอด ทางเดินมีมากมายหลายเส้นทางให้เลือกเดิน เมื่อมีเป้าหมาย แน่นอนว่าคงจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อที่จะเดินไปให้ถึงเป้าหมาย แต่ใจฉันเองกลับอยากที่จะเลือกเดินเกือบทุกทางที่มีอยู่ ด้วยความโลภ แต่ฉันลืมไปว่าเส้นทางเดินต่อให้มีกี่ร้อยล้าน แต่เรามีแค่สองมือ สองเท้าที่ก้าวเดิน ฉะนั้นสุดท้ายเราก็ต้องเลือกเดินทางใดทางหนึ่ง ได้เพียงทีละเส้นทางเท่านั้น เพื่อหวังว่าทางสายใดสายหนึ่งที่เลือกคงจะมอบอะไรสักอย่างที่มันคือที่สุดของชีวิตที่หลายๆคนตามหา และอยากจะมี ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อะไรที่ว่ามันคืออะไรกันแน่ สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าทางแต่ละเส้นที่เลือกเดินมันมีความแตกต่างกันออกไป แรกๆเดินไปก็รู้สึกว่าชอบอยู่หรอกและคิดว่ายิ่งเดินลึกต่อไปยิ่งต้องมีอะไรที่น่าตื่นเต้น น่าค้นหา และสุดท้ายฉันคงจะรักและอยู่กับมันได้ น่าจะใช่สิ่งที่ฉันกำลังค้นหาอยู่ แต่ก็นะ วันนึงฉันก็ได้รู้ความจริง ว่าความคิดกับความเป็นจริงมันสวนทางกัน ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร ฉันก็ยิ่งค้นพบว่าทางๆนี้ไม่ใช่ทางที่สร้างเพื่อให้ฉันเลือกเดิน แต่ตัวฉันเองดันทะเล่อทะล่า เข้ามา เพราะ ยิ่งเดินยิ่งเกิดความรู้สึกอึดอัด อยากเดินเร็วๆเพื่อหนีออกจากความอึดอัดนั้น ตอนนั้นเริ่มคิดแล้วว่าทำยังไงตัวเองถึงจะพ้นจากความอึดอัดนั้นได้ แต่ขณะเดียวกันฉันมองไปไกลๆเห็นเส้นทางสายนี้มีทางแยกอยู่ข้างหน้าเยอะแยะมากมาย ใจตอนั้นเริ่มคิด เดินกลับไปดีไหม แต่ถ้าเดินกลับไปเท่ากับว่าที่เดินมาทั้งหมดก็เสียเวลา และเหนื่อยเปล่า หรือว่าจะเดินเพื่อไปให้ถึงทางแยกข้างหน้าดี แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าทางแยกข้างหน้าหากเดินไปแล้วจะต้องไปทางไหนต่อ และเราจะทนความอึดอัดระหว่างการเดินทางที่เหลือได้หรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่า “เอาวะ เอาก็เอา อีกนิดเดียวเอง ทนเอาหน่อยจะเป็นไปไร ไหนๆก็เดินมาไกลขนาดนี้แล้ว จะกลับไปให้เสียเวลาทำไม อีกอย่างกลับไปก็คงไม่พ้นเจอแต่แบบเดิมๆ ลองเดินไปเผื่อ ข้างหน้าอาจจะมีอะไรใหม่ๆบ้าง ถือเป็นโอกาสละกัน ทำไงได้ เลือกเดินเอง ก็ต้องยอมรับผลที่มันเกิดล่ะ” แต่ใครจะเชื่อว่าพอเดินไปอีกนิด ฉันกลับพบทางเดินอีกทางซึ่งเป็นทางเล็กๆที่เมื่อมองไกลๆจะไม่เห็นแต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆกลับเห็นอย่างชัดเจน ทางเล็กๆเส้นนี้เป็นเพียงแค่ทางดินแดงที่ไม่ได้ลาดยางให้สวยหรูน่าเดินเท่าไร แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนมีมนต์สะกดให้ฉันหยุดมองดู แล้วฉันก็ได้พบว่า แม้จะเป็นทางเล็กๆ แต่ทำไมถึงมีรอยเท้ามากมายก้าวเดินผ่านเข้าไปในถนนสายนี้ สุดท้ายความรู้สึกอยากค้นหา ท้าทาย ดูเหมือนว่ามันจะชนะความคิดที่จะเดินไปข้างหน้าต่อ ฉันตัดสินใจเลี้ยวเดินไปในทางเดินเล็กๆเส้นนี้ แล้วฉันก็ได้เรียนรู้ว่า ทางเดินเล็กๆเส้นนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แปลกใหม่ ซึ่งฉันไม่เคยได้สัมผัส ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยมีมาก่อน และฉันก็ต้องการมันมาตลอดเวลาที่ดำรงชีวิตอยู่บนโลกที่บอกตัวเองมาตลอดว่าสวยงาม แต่หาความสุขไม่ได้ แล้วฉันก็ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองค้นหา และต้องการ นั่นคือ ความเป็นอิสระของชีวิต ที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามใคร ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความคิดของคนอื่นที่มีแต่ทำให้ใจเราเศร้าหมอง ทางเดินอาจจะไม่ราบเรียบ เดินไม่สะดวก แต่ฉันว่านี่แหละ คือ ความเป็นธรรมชาติของชีวิต เพราะ ทางเดินที่ราบเรียบคงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น น่าค้นหา ราบเรียบไร้ชีวิตชีวา เหมือนหุ่นยนต์ที่ใครอยากจะให้ทำอะไรก็ได้ ไม่มีชีวิต ไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึก แล้วจะเกิดมาทำไม?

เด็กไฮเปอร์

3 Responses so far »

  1. 1

    alismagi said,

    พี่ว่าพี่เข้าใจนะ เพียงแต่พี่ไม่มีสิทธิเลือกทางของตัวเอง ได้แต่เดินไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ ไม่รู้ว่าแตถึงจุดเดียวกับพี่หรือเปล่า ที่พี่เจอ เหมือนปลา ที่สามารถว่ายน้ำได้ดี แต่กลับต้องมาอยู่บนบก ไม่มีความสุขเลย อยากลงน้ำใจจะขาดแต่ก็ทำไม่ได้ ต้องปลอบตัวเองว่ามันถึงขนาดนี้แล้ว อีกนิดเดียว ไปต่ออีกหน่อย ถ้าหลุดตรงนี้ไปได้ ข้างหน้าจะมีน้ำ ทั้ง ๆ ที่พี่ไม่เคยมั่นใจเลยว่าจะเจอน้ำ ได้แต่ปลอบตัวเองให้ลุยต่อไปงั้นแหละ เหมือนมาเจอทางตันของชีวิต ใครกำหนดให้ไปทางไหนก็ไปทางนั้น ไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจ ไม่ต้องรู้สึกอะไรเพราะเขาก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าพี่ต้องการอะไร หลาย ๆ คนก็คิดว่าพี่ไม่ควรมาทางนี้ แต่เขาคิดว่าพี่น่าจะลุยต่อไปได้ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าพี่ไม่ไหวแล้ว แล้วพี่ก็ปล่อยทุกอย่าง คำว่า “หน้าที่” คือสิ่งเดียวที่ทำให้พี่ลุยต่อ แล้วก็หาอะไรมาปลอบตัวเอง ให้สู้ต่อไปได้ ถ้าไม่มีคำว่าหน้าที่ พี่ไม่ยอมแน่ ๆ

    • 2

      dekhyper said,

      แตโชคดีชีวิตแต เลือกเองทุกอย่างค่ะ และไม่เคยเสียใจกับมันเลยยยยย ยกเว้นชีวิตช่วงม.ปลาย ที่ตัดสินใจผิดพลาดไปช่วงนึง แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้แล้ว และจะจำมันไว้เป็นบทเรียน

  2. 3

    alismagi said,

    จริง ๆ ถ้าพี่ดื้อไม่ยอมซะอย่าง มันก็ได้อยู่หรอก ไม่มีใครมาบังคับพี่ได้แน่ แต่ผลกระทบมันเยอะ มันจะพาให้คนอื่นซวยไปด้วย น้องชายพี่บอกว่า ให้พี่เสียสละ เพื่อที่คนอื่น ๆ ในบ้านจะได้ไม่เป็นเหมือนพี่ ถ้าพี่ไม่ยอม ทุกคนจะลำบาก พี่น่าจะได้รับรางวัลพี่สาวดีเด่น


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: