บทเรียนจากการสอบตก

บทเรียนจากการสอบตก
เด็กไฮเปอร์ : “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ผลสอบซ่อมภาค 1/53 ออกรึยังคะ”
เจ้าหน้าที่ : “ ขอทราบรหัสและรายวิชาด้วยค่ะ”
เด็กไฮเปอร์ : “ 529… รายวิชา LA 206 LA 207 …….. ค่ะ”
เจ้าหน้าที่ : “รอ 10 นาทีนะคะ”
เด็กไฮเปอร์ : ‘หวังมากกกก ว่า จะได้ G วิชาอาญา 1 LA 206 เพราะมั่นใจตอบเต็มสมุดคำตอบ’
………… 10 นาที ผ่านไป…….
เจ้าหน้าที่ “ เอ่อ รายวิชาอื่นๆผ่านหมดนะคะ ยกเว้น LA 206 และ LA 207”
เด็กไฮเปอร์ : อึ้ง….. เริ่มคิดอยู่ในใจแล้วว่า ‘อะไรวะ เป็นไปไม่ได้ วิชานี้ เราท่องหลักถูกต้อง แน่นอน มั่นใจ คำตอบ ที่เขียน มียกหลัก คำอธิบาย การวินิจฉัย สรุป ครบทุกอย่าง แล้วทำไมถึงตก’
เจ้าหน้าที่ : “คุณปิยะเรศคะ”
เด็กไฮเปอร์ : สะดุ้งสิคะ รีบทำความรู้สึกตัว พอสติเริ่มกลับมา “ ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
สักพักหลังจากที่ทำความรู้สึกตัว กับแขนที่งอ มือที่ถือโทรศัพท์ ขาที่ยืนเหยียดตรงอยู่ ออกจากความคิดนั้นได้ ก็เดินไปทำอย่างอื่น หมดความสนใจตรงสอบตกชั่วคราว
ทีนี้กลับมาอีกครั้ง ไปเล่นเฟสบุ๊ค มีพี่ถาม
พี่ : “ผลสอบเป็นไงบ้างน้อง”
เด็กไฮเปอร์ : “เอ่อ… (ไม่อยากบอก) ตกอาญาทั้งสองตัวค่ะพี่”
พี่ : “ ไม่เป็นไรอย่าไปคิดมาก พี่ก็ตก ตกมา 5 ครั้งแล้ว วิชานี้ ไม่มีใครผ่านแม้แต่คนเดียว”
เด็กไฮเปอร์ : ไอ้ที่พี่บอกมาเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะในใจจริงๆยังคิดอยู่ ว่า ทำไมถึงตก“จริงเหรอคะ นี่ก็ตกครั้งที่ 2 แล้ว ไม่อยากลงเรียนใหม่น่ะคะ ”
ฯลฯ
สักพักหลังจากคุยกับพี่เสร็จ ก็ไปคร่ำครวญต่อในเฟสบุ๊ค “ สอบตกวิชาอาญา เตรียมตัวอย่างดี ตอบเต็มสมุด ตกซะงั้น เซ็ง แล้ววิชาที่เขาว่ายากๆ ไม่ได้อ่านหนังสือ ทำไมผ่านอ่ะ” ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มไหล ปล่อยอารมณ์
จนเวลาผ่านไปหลายวันเพื่อนเข้ามาขอแนวข้อสอบเก่า เพื่อเตรียมตัวสอบวิชาอาญาบ้าง ขอเวลาเพื่อน 2 วัน ในการพิมพ์ ทีนี้กลับมาอ่านทบทวนอีกครั้ง โดยการพิมพ์ข้อสอบ และฝึกทำเฉลยด้วยตนเองจากการเปิดหลัก ทีนี้อ่านไปได้ซักพักเริ่มรู้แล้วว่า ทำไมเราถึงสอบตก
1. เราเขียนทุกส่วนไปครบก็จริง แต่เราประมาทและมั่นใจมากเกินไป เพราะเราลืมส่วนสำคัญไป คือหลักฐานในการอ้างอิง จากกรณีอุทาหรณ์ เราให้ความสำคัญกับหลักกฎหมายมากเกินไปเพราะคิดว่าจะทำให้เราได้คะแนนเยอะ(โชว์ความเก่ง)แล้วลืมไปว่าหลักตรงนี้ชีวิตจริงเปิดหนังสือได้ แต่คดีความต่างๆ จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับหลักฐาน และเราคือผู้ที่จะต้องหยิบหลักฐานที่ซ่อนอยู่ออกมาใช้ให้ได้แต่ฉันกลับไม่ได้เขียนส่วนนี้ออกมา เพราะเห็นว่ากรณีความผิดมันชัดเจนดีอยู่แล้วทั้งๆที่อาจารย์ต้องการทดสอบความรู้เราตรงส่วนนี้มากกว่าการท่องจำหลักเพื่อเข้าไปตอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นใครๆก็ทำได้
2. การเขียนคำบางคำของเรา ผิดพลาด เพราะคำบางคำ เขียนผิดนิดเดียวความหมายของคดีนั้นๆอาจจะเปลี่ยนไปทันที ฉะนั้นเราจำต้องระวังในการเขียนต้องมีสติอยู่เสมอ ไม่ใช่เขียนแบบไหลไป อยากเขียนก็เขียน ทำให้หน้ากระดาษเปลืองพื้นที่เสียเปล่า จึงต้องแม่นพอสมควรกับภาษาของนักกฎหมาย เช่น การรับฟ้องในคดีแพ่ง ใช้คำว่า “รับฟ้อง” ในคดีอาญา ใช้คำว่า “ประทับฟ้อง”
3. การตอบ คำตอบของเราอาจจะถูกต้องก็จริง แต่บริบทในการเขียน หรือประโยคบางประโยคมันขัดแย้งกับคำตอบ หรือ หลักฐานของคำตอบไม่สมบูรณ์นั่นเอง
ฯลฯ ยังหาไม่เจอ
แค่ประเป็น 3 ข้อหลักนี้ คือ หลักฐานในการตอบ การใช้คำ ความสมบูรณ์ของประโยค ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำข้อสอบครั้งต่อไป วิชาอื่นอาจจะผ่านเพราะมั่วเก่ง แต่วิชานี้ เป็นวิชาที่เกี่ยวกับความผิดอันร้ายแรง บางคดีถึงขั้นเกี่ยวกับชีวิต ต้องมีความแม่น และความผิดพลาดจะต้องเกิดให้น้อยมากที่สุด มั่วไม่ได้ ถ้าคุณมั่วไปก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นนักกฎหมาย เพราะถ้าจบไปวิชาที่มั่วเหล่านั้นเรียนรู้ได้จากหนังสือตำราทั่วไป อ่านเองได้ หลักฐานก็หาไม่ยาก แต่คดีอาญาค่อนข้างที่จะซับซ้อน ต้องมีการสังเกต วิเคราะห์ และเอามาสังเคราะห์กัน ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญพอสมควร นี่สินะที่อาจารย์อยากจะบอก แต่ไม่สามารถออกมาบอกได้ตรงๆเพราะนักศึกษาเยอะเกิน ยากที่จะมาบอกกันได้ตรงๆและที่สำคัญถ้าบอกโดยที่นักศึกษามองไม่เห็นก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ถึงได้บอกผ่านการให้สอบตกแทน ต้องขอบคุณ อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบ ที่ทำให้นักศึกษาคนนี้มองเห็นถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการทำข้อสอบเพราะถ้าอาจารย์ให้ผ่านก็คงไม่มาสนใจวิชานี้อีกจนกว่าจะได้ใช้จริงๆเพราะถือว่าผ่านแล้ว แล้วก็จะทำแบบนั้นอีกกับวิชาต่อๆไป ซึ่งขัดกับจุดประสงค์อย่างมาก และที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณวิชาตกตั้งใหม่ ที่ช่วยชี้แนะ ให้เริ่มมองเห็นสิ่งที่เรามองข้ามไป และให้รู้จักกับวิธีการจัดการใจ ให้มีสติกลับมาระลึกรู้สึกตัวกับอิริยาบถต่างๆ แทนที่จะตกอยู่กับความเสียใจ คร่ำครวญกับสิ่งที่ผ่านไป น่าจะตั้งใหม่และนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนในการแก้ไขที่ตัวเอง ไม่ใช่ก้าวก่ายผู้อื่น ไม่ให้มัวแต่โทษอาจารย์ที่ให้สอบตก ไม่ให้หลงตัวเองโทษนั่นนี่ เพราะสุดท้ายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นที่เรา ก็ต้องแก้ไขที่เรา แก้ไขคนอื่นไม่ได้

ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ลือกันหรอกนะว่า “จบกฎหมายมหาวิทยาลัยรามคำแหงถือว่าเจ๋งที่สุดแล้ว”

เด็กไฮเปอร์

2 Responses so far »

  1. 1

    alismagi said,

    ไม่ได้เข้ามาอ่าน ไม่ได้เข้ามาเม้นซะนาน มันก็จริงอะนะ ข้อสอบไม่ได้ผ่านกันง่าย ๆ จะรู้ได้ว่าเราต้องเขียนยังไง มันต้องอาศัยประสบการณ์ ถึงแม้ว่า อ.บางท่านจะบอก รุ่นพี่บางคนจะแนะนำ แต่มันก็ช่วยได้ส่วนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีใครมาบอกเราหมดทุกอย่าง สั้งงานให้เราเขียนส่งให้ดูตลอด คนจบรามได้ถึงเจ๋งไง


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: