Archive for มีนาคม, 2011

บทเรียนจากการสอบตก

บทเรียนจากการสอบตก
เด็กไฮเปอร์ : “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ผลสอบซ่อมภาค 1/53 ออกรึยังคะ”
เจ้าหน้าที่ : “ ขอทราบรหัสและรายวิชาด้วยค่ะ”
เด็กไฮเปอร์ : “ 529… รายวิชา LA 206 LA 207 …….. ค่ะ”
เจ้าหน้าที่ : “รอ 10 นาทีนะคะ”
เด็กไฮเปอร์ : ‘หวังมากกกก ว่า จะได้ G วิชาอาญา 1 LA 206 เพราะมั่นใจตอบเต็มสมุดคำตอบ’
………… 10 นาที ผ่านไป…….
เจ้าหน้าที่ “ เอ่อ รายวิชาอื่นๆผ่านหมดนะคะ ยกเว้น LA 206 และ LA 207”
เด็กไฮเปอร์ : อึ้ง….. เริ่มคิดอยู่ในใจแล้วว่า ‘อะไรวะ เป็นไปไม่ได้ วิชานี้ เราท่องหลักถูกต้อง แน่นอน มั่นใจ คำตอบ ที่เขียน มียกหลัก คำอธิบาย การวินิจฉัย สรุป ครบทุกอย่าง แล้วทำไมถึงตก’
เจ้าหน้าที่ : “คุณปิยะเรศคะ”
เด็กไฮเปอร์ : สะดุ้งสิคะ รีบทำความรู้สึกตัว พอสติเริ่มกลับมา “ ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
สักพักหลังจากที่ทำความรู้สึกตัว กับแขนที่งอ มือที่ถือโทรศัพท์ ขาที่ยืนเหยียดตรงอยู่ ออกจากความคิดนั้นได้ ก็เดินไปทำอย่างอื่น หมดความสนใจตรงสอบตกชั่วคราว
ทีนี้กลับมาอีกครั้ง ไปเล่นเฟสบุ๊ค มีพี่ถาม
พี่ : “ผลสอบเป็นไงบ้างน้อง”
เด็กไฮเปอร์ : “เอ่อ… (ไม่อยากบอก) ตกอาญาทั้งสองตัวค่ะพี่”
พี่ : “ ไม่เป็นไรอย่าไปคิดมาก พี่ก็ตก ตกมา 5 ครั้งแล้ว วิชานี้ ไม่มีใครผ่านแม้แต่คนเดียว”
เด็กไฮเปอร์ : ไอ้ที่พี่บอกมาเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะในใจจริงๆยังคิดอยู่ ว่า ทำไมถึงตก“จริงเหรอคะ นี่ก็ตกครั้งที่ 2 แล้ว ไม่อยากลงเรียนใหม่น่ะคะ ”
ฯลฯ
สักพักหลังจากคุยกับพี่เสร็จ ก็ไปคร่ำครวญต่อในเฟสบุ๊ค “ สอบตกวิชาอาญา เตรียมตัวอย่างดี ตอบเต็มสมุด ตกซะงั้น เซ็ง แล้ววิชาที่เขาว่ายากๆ ไม่ได้อ่านหนังสือ ทำไมผ่านอ่ะ” ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มไหล ปล่อยอารมณ์
จนเวลาผ่านไปหลายวันเพื่อนเข้ามาขอแนวข้อสอบเก่า เพื่อเตรียมตัวสอบวิชาอาญาบ้าง ขอเวลาเพื่อน 2 วัน ในการพิมพ์ ทีนี้กลับมาอ่านทบทวนอีกครั้ง โดยการพิมพ์ข้อสอบ และฝึกทำเฉลยด้วยตนเองจากการเปิดหลัก ทีนี้อ่านไปได้ซักพักเริ่มรู้แล้วว่า ทำไมเราถึงสอบตก
1. เราเขียนทุกส่วนไปครบก็จริง แต่เราประมาทและมั่นใจมากเกินไป เพราะเราลืมส่วนสำคัญไป คือหลักฐานในการอ้างอิง จากกรณีอุทาหรณ์ เราให้ความสำคัญกับหลักกฎหมายมากเกินไปเพราะคิดว่าจะทำให้เราได้คะแนนเยอะ(โชว์ความเก่ง)แล้วลืมไปว่าหลักตรงนี้ชีวิตจริงเปิดหนังสือได้ แต่คดีความต่างๆ จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับหลักฐาน และเราคือผู้ที่จะต้องหยิบหลักฐานที่ซ่อนอยู่ออกมาใช้ให้ได้แต่ฉันกลับไม่ได้เขียนส่วนนี้ออกมา เพราะเห็นว่ากรณีความผิดมันชัดเจนดีอยู่แล้วทั้งๆที่อาจารย์ต้องการทดสอบความรู้เราตรงส่วนนี้มากกว่าการท่องจำหลักเพื่อเข้าไปตอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นใครๆก็ทำได้
2. การเขียนคำบางคำของเรา ผิดพลาด เพราะคำบางคำ เขียนผิดนิดเดียวความหมายของคดีนั้นๆอาจจะเปลี่ยนไปทันที ฉะนั้นเราจำต้องระวังในการเขียนต้องมีสติอยู่เสมอ ไม่ใช่เขียนแบบไหลไป อยากเขียนก็เขียน ทำให้หน้ากระดาษเปลืองพื้นที่เสียเปล่า จึงต้องแม่นพอสมควรกับภาษาของนักกฎหมาย เช่น การรับฟ้องในคดีแพ่ง ใช้คำว่า “รับฟ้อง” ในคดีอาญา ใช้คำว่า “ประทับฟ้อง”
3. การตอบ คำตอบของเราอาจจะถูกต้องก็จริง แต่บริบทในการเขียน หรือประโยคบางประโยคมันขัดแย้งกับคำตอบ หรือ หลักฐานของคำตอบไม่สมบูรณ์นั่นเอง
ฯลฯ ยังหาไม่เจอ
แค่ประเป็น 3 ข้อหลักนี้ คือ หลักฐานในการตอบ การใช้คำ ความสมบูรณ์ของประโยค ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำข้อสอบครั้งต่อไป วิชาอื่นอาจจะผ่านเพราะมั่วเก่ง แต่วิชานี้ เป็นวิชาที่เกี่ยวกับความผิดอันร้ายแรง บางคดีถึงขั้นเกี่ยวกับชีวิต ต้องมีความแม่น และความผิดพลาดจะต้องเกิดให้น้อยมากที่สุด มั่วไม่ได้ ถ้าคุณมั่วไปก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นนักกฎหมาย เพราะถ้าจบไปวิชาที่มั่วเหล่านั้นเรียนรู้ได้จากหนังสือตำราทั่วไป อ่านเองได้ หลักฐานก็หาไม่ยาก แต่คดีอาญาค่อนข้างที่จะซับซ้อน ต้องมีการสังเกต วิเคราะห์ และเอามาสังเคราะห์กัน ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญพอสมควร นี่สินะที่อาจารย์อยากจะบอก แต่ไม่สามารถออกมาบอกได้ตรงๆเพราะนักศึกษาเยอะเกิน ยากที่จะมาบอกกันได้ตรงๆและที่สำคัญถ้าบอกโดยที่นักศึกษามองไม่เห็นก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ถึงได้บอกผ่านการให้สอบตกแทน ต้องขอบคุณ อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบ ที่ทำให้นักศึกษาคนนี้มองเห็นถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการทำข้อสอบเพราะถ้าอาจารย์ให้ผ่านก็คงไม่มาสนใจวิชานี้อีกจนกว่าจะได้ใช้จริงๆเพราะถือว่าผ่านแล้ว แล้วก็จะทำแบบนั้นอีกกับวิชาต่อๆไป ซึ่งขัดกับจุดประสงค์อย่างมาก และที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณวิชาตกตั้งใหม่ ที่ช่วยชี้แนะ ให้เริ่มมองเห็นสิ่งที่เรามองข้ามไป และให้รู้จักกับวิธีการจัดการใจ ให้มีสติกลับมาระลึกรู้สึกตัวกับอิริยาบถต่างๆ แทนที่จะตกอยู่กับความเสียใจ คร่ำครวญกับสิ่งที่ผ่านไป น่าจะตั้งใหม่และนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนในการแก้ไขที่ตัวเอง ไม่ใช่ก้าวก่ายผู้อื่น ไม่ให้มัวแต่โทษอาจารย์ที่ให้สอบตก ไม่ให้หลงตัวเองโทษนั่นนี่ เพราะสุดท้ายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นที่เรา ก็ต้องแก้ไขที่เรา แก้ไขคนอื่นไม่ได้

ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ลือกันหรอกนะว่า “จบกฎหมายมหาวิทยาลัยรามคำแหงถือว่าเจ๋งที่สุดแล้ว”

เด็กไฮเปอร์

Comments (2) »

ข้อสอบกระบวนวิชา กฎหมายอาญา 2 (LA207)

สวัสดีจ้า.. มาแล้วๆ ขออภัยที่ช้า (อีกแล้ว) อิอิ คงไม่ว่ากันนะ เช่นเดิมค่ะไม่ได้ทำเฉลยเพราะไม่อยากตีกรอบในการตอบของแต่ละคน แต่ทำขอบเขตไว้ให้ ถ้ายังไงก็ขอให้ระวังในการเขียนนะคะ วิชานี้สำคัญมาก ผิดนิดเดียวคะแนนหายเยอะเลย และมีโอกาสตกสูงมาก แล้วเจอกันวิชาต่อไปค่ะ
เด็กไอเปอร์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553 (ส่วนภูมิภาค)
ข้อสอบกระบวนวิชา กฎหมายอาญา 2 (LA207)
ข้อ 1. นายดีขับรถบรรทุกมาตามถนน โดยไม่ได้บรรทุกน้ำหนักเกินแต่ประการใด ส.ต.อ.สมบูรณ์ เป็นตำรวจประจำตู้ยามมาทำหน้าที่ตำรวจจราจร ได้เรียกให้นายดีหยุดรถ แล้ว ส.ต.อ.สมบูรณ์เรียกเอาเงินจากนายดีไป 100 บาท เพื่อไม่ตรวจตามหน้าที่ ดังนี้ ส.ต.อ.สมบูรณ์มีความผิดฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด
ข้อ 2. นายหนึ่งกับนายสองไม่ถูกกันมาก่อน วันเกิดเหตุนายหนึ่งใช้ปืนยิงนายสองตายโดยเจตนาจากนั้นนายหนึ่งนำปืนไปฝากไว้กับนายสามซึ่งเป็นเพื่อนกัน โดยนายสามรู้ว่าเป็นปืนที่นายหนึ่งยิงนายสองตำรวจติดตามหาปืนเพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐาน นายสามนำปืนกระบอกนั้นไปโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏว่าตำรวจตามหาปืนจนพบ ดังนี้นายสามมีความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ข้อ 3. วันเกิดเหตุตอนเช้า จำเลยได้จุดไฟเผาเศษหญ้าแห้งและกิ่งไม้ซึ่งจำเลยได้ถากถางต้นหญ้าและต้นไม้ เพื่อกันมิให้ไฟลุกลามไว้แล้ว จากนั้นจำเลยก็กลับบ้าน ต่อมาในตอนค่ำเกิดลมแรงพัดไฟในกองไฟของจำเลยให้ลุกไหม้ขึ้นอีก และลุกลามเข้าไปในสวนยางของนาย ก. ปรากฏว่าไฟไหม้ต้นยางขของนาย ก. ไป 10 ต้น ดังนี้จำเลยมีความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด
ข้อ 4. นายเอกขอให้นายโทพิมพ์ลายมือลงในใบมอบอำนาจ โดยบอกว่าจำนำไปชำระภาษีแทนนายโท นายโทลงลายพิมพ์นิ้วมือให้ แล้วนายเอกกลับไปกรอกข้อความโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ดังนี้นายเอกมีความผิดเกี่ยวกับเอกสารหรือไม่ เพราะเหตุใด

ขอบเขตในการตอบ
ข้อ 1. ม.157 ความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
ข้อ 2. ม.184 ม.189 ความผิดในการช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ
ข้อ 3. ม.225 ความผิดในการทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท
ข้อ 4. ม.264 วรรคแรก และวรรคสอง ความผิดในการปลอมเอกสาร
ม.265 ปลอมเอกสารสิทธิ ม.266 (1)

*** ตราบใดที่คุณยังตั้งใจ และลุกขึ้นสู้ เราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ****
^___^

Comments (3) »

ข้อสอบวิชากฎหมาย อาญา1 (LA 206)

มาแล้วตามสัญญาค่ะ ขออภัยที่ช้าช่วงนี้วุ่นวายน่าดู ต้องขออภัยที่ชุดนี้ไม่มีเฉลยให้ เพราะทำไม่ทันจริงๆค่ะ แต่ก็พอมีขอบเขตให้บ้างเล็กน้อย ถึงยังไงก็ต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมอยู่ดี ใกล้สอบแล้วด้วยกลัวทุกคนจะรอนาน ยังไงก็ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ
เด็กไฮเปอร์

มหาวิทยาลัยรามคำแหง
การสอบไล่ ภาค1 ปีการศึกษา 2553 (ส่วนภูมิภาค)
ข้อสอบวิชากฎหมาย อาญา1 (LA 206)
ข้อ 1.นายซิ่งขับรถยนต์มาบนถนนผ่านย่านชุมชนเขตโรงเรียนด้วยความเร็วสูง ขณะนั้นมีเด็กนักเรียนหลายคนกำลังเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายเพื่อจะกลับบ้าน นายซิ่งตกใจรีบเหยียบห้ามล้อรถยนต์พร้อมกับหมุนพวงมาลัยหลบเด็ก เป็นเหตุให้รถยนต์ไปชนกับของนายแก้วซึ่งจอดรอรับบุตรชายอยู่ริมถนนหน่าโรงเรียนได้รับความเสียหาย และรถยนต์ของนายแก้วยังกระเด็นไปกระแทกถูกนางเมี้ยนซึ่งยืนขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ดังนี้ นายซิ่งจะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่

ข้อ 2. นายโก๋เจตนาจะลักรถจักรยานของนายดำคู่อริ ซึ่งมีเรื่องโกรธแค้นกัน เห็นรถจักรยานของนายขาวจอดอยู่คู่กับรถจักรยานของนายดำ ด้วยความประมาทรีบร้อนไม่ดูให้ดี เข้าใจว่าเป็นรถจักรยานของนายดำจึงจูงเอารถจักยานของนายขาวไปได้ประมาณ 10 เมตร นายดำเหลือบมาเห็นนายโก๋ขโมยรถจักยานของนายขาวจึงคว้าไม้ไล่ตี นายโก๋ขี่รถจักรยานหนีเสียหลักล้มลง นายดำวิ่งมาทันเงื้อไม้จะตีนายโก๋เห็นจวนตัวจึงชักมีดออกแทงถูกนายดำได้รับบาดเจ็บ
ดังนี้ นายโก๋และนายดำจะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไรหรือไม่

ข้อ 3. เฮงโชคดีถูกฉลากกินแบ่งของรัฐบาลได้เงินมาจำนวนมากจึงชวนดำ ขาว และเขียว เพื่อนสนิทให้มาร่วมดื่มสุรา กินอาหารที่บ้านเฮง เมื่อดื่มสุราจนเมาแล้วพูดคุยเรื่องการเมืองของพวกสีต่างๆ เฮงกับดำความคิดเห็นไม่ตรงกัน เกิดทะเลาะเสียงดังถึงขั้นชกต่อยกัน ขาวเกรงจะมีเรื่องใหญ่โต จึงชวนดำกลับบ้าน ในระหว่างทางที่ดำกับขาวเดินกลับบ้านซึ่งห่างจากบ้านเฮงประมาณ 200 เมตร เฮงส่องกระจกพบว่าตนเองถูกดำต่อยจนตาเขียวเกิดความโมโหจึงวิ่งตามมาจนทัน เฮงใช้ไม้ตีถูกดำล้มลงแล้วเอง ก็วิ่งหนี ดำลุกขึ้นมาได้ใช้ปืนยิงถูกเฮงที่หลังได้รับบาดเจ็บ ดังนี้เฮงและดำ จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร และจะอ้างเหตุใดเพื่อยกเว้นความผิดหรือลดโทษได้หรือไม่

ข้อ 4. หนึ่ง สอง สาม และ สี่ ร่วมกันวางแผนจะข่มขืนกระทำชำเรานางสีสดหญิงวิกลจริต โดยหนึ่งรับอาสาขี่รถจักรยานยนต์ไปหลอกพานางสีสดมาส่งให้สอง สาม สี่ ที่กระท่อมร้างกลางสวน แล้วหนึ่งก็ขับรถจักรยานยนต์จากไป สองกับสามได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสีสดก่อนโดยให้สี่ดูต้นทาง ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจผ่านมาได้ยินเสียงร้องของนางสีสด จึงจับกุมตัวสองกับสาม ดำเนินคดีข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นกาโทรมหญิง ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสาม ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ดังนี้ หนึ่งกับสี่ จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่

ขอบเขตในการตอบ
ข้อ1. ม.59 วรรคแรก และวรรคสี่
ข้อ 2. ม.59 วรรคแรก และวรรคสอง ประกอบ ม.61การกระทำโดยสำคัญผิด ม.68 การกระทำการเพื่อป้องกัน ม.69 การการทำการเพื่อป้องกันเกินกว่าเหตุ
ข้อ 3. ม.59 วรรคแรก และวรรคสอง ประกอบ ม.66 ความมึนเมาเพราะเสพสุรา จะยกเป็นข้อแก้ตัวมิได้ ม.68 ม.69 ม.72 การบันดาลโทสะ
ข้อ 4. ม.83 ตัวการ ม.86 ผู้สนับสนุน

**หมายเหตุ
ขอบเขตนี้ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการตอบแต่คำตอบนั้นจะถูกต้องหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้เขียนและผู้ตรวจข้อสอบ เพราะหากเขียนบางคำผิดไปเพียงนิดเดียวความหมายของข้อสอบทั้งข้อนั้นอาจถือว่าผิดเลยก็ได้ และที่สำคัญควรระวังในการตอบด้วยเพราะ ยกมาตราไปก็จริง เพื่อป้องกันการตอบจากความรู้สึก การกระทำนั้นจะต้องเข้าหลักทั้งหมดจึงจะถือเป็นความผิด ดังนั้นข้อสอบบางข้อ อาจไม่เป็นความผิดก็เป็นไปได้เช่นกัน

โชคดีในการสอบ ขอเพียงใจไม่ย่อท้อ เราจะอยู่ข้างคุณเสมอ
แล้วเจอกันวิชาต่อไปค่ะ

Leave a comment »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.